หุ้น หุ้นไทย ข้อมูลหุ้น รวยหุ้น กราฟหุ้น เล่นหุ้น วิเคราะห์หุ้น โปรแกรมหุ้น จุดซื้อ จุดขาย metastock

                                                                      

 

   
       สมาชิก RicherStock.com  คงจะพบกับสามเหลี่ยมกลวง และ เส้นประที่เกิดขึ้นในกราฟหุ้นของโปรแกรม richerstock
  มาบ้างแล้ว  และบทความนี้จะนำเสนอวิธีการใช้เส้นประเพื่อให้เกิดประโยชน์ สำหรับการ trade หุ้น

       โปรแกรม
richerstock ใช้หลักการคำนวนโดยอาศัย fibonacci และ elliot wave ดังนั้นระดับเส้นประที่เกิดขึ้น
  จึงเป็นระดับทีสอดคล้องกับตัวเลข
fibonacci นั่นเอง เราจะใช้เส้นประที่เกิดขึ้น เป็นแนว support และ resistant
  สำหรับหาจังหวะซื้อและจังหวะขาย

      กราฟหุ้นตัวอย่างที่นำเสนอนี้ เป็นกราฟที่เกิดขึ้นล่าสุดถึงวันที่ 13 มิย 50   มาดูกันว่า มันเกิดอะไรขึ้น ..............



PTT
               จากกราฟ PTT จะพบว่ามีเส้นประที่ระดับ A,B,C และในวันที่ 13 มิย.50 ราคาหุ้น PTT ปรับตัวลดลงเกิดเป็น black candle
ลงมาปิดและนั่งบนเส้นประระดับ
A

               เทคนิคการใช้เส้นประคือ เมื่อวันที่ 13 ราคาหุ้น เปิดเป็น
gap ลงและเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะลงไปถึงไหน เราก็จะใช้เส้นประระดับ A เป็นแนวรับ
ตรงจุดนี้เรามีวิธีคิดอย่างไร.......
?????  ถ้าในวันถัดมา สภาวะตลาดไม่อำนวยและคาดว่าราคาหุ้น PTT น่าจะลงต่อ  เราก็จะใช้เส้นประระดับ B
เป็นเส้นแนวรับถัดไป   แต่ถ้าในวันถัดมาสภาวะตลาดมีแรงซื้อและปริมาณการซื้อขายมาก เส้นประระดับ A จะเป็นแนว support ที่ strong นั่นหมายถึง
เป็นจังหวะที่เราสามารถเข้าซื้อได้


                 ..............................................................//////////////////...............................................................

 



PTTEP

       เมื่อวันที่ 13 มิย 50 ราคาหุ้น PTTEP ก็ปรับตัวลดลงเช่นกันโดยในวันนี้เอง PTTEP ฟอร์มตัวเป็น black candle ที่ราคาปิดลดลงมา
นั่งอยู่บนเส้นประระดับ
A พอดี ตรงจุดนี้ เราสามารถพิจารณาและวิเคราะห์ต่อไปได้ 2 แนวทางคือ
       1. ถ้าราคาหุ้นยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เราก็จะรอให้ราคาปรับตัวลดลงมาที่ระดับ
B ก่อน หรือถัดไปที่ระดับ C ต่อไป
       2. ถ้าราคาหุ้น ไม่เลวร้ายและไม่ลดลงทะลุผ่านเส้นประระดับ
A เราก็จะใช้เส้นประระดับ A เป็นแนวรับที่ strong และหาจังหวะเข้าซื้อได้


        ..............................................................//////////////////...............................................................




LH

            หุ้นตัวนี้เมื่อช่วงวันที่ 11 -12 มิย 50 ราคาหุ้นก็ยังย่ำอยู่ในแถบเส้นประระดับ B ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดเส้นประถึง 3 เส้น
 ซึ่งก็น่าจะเป็นแนว
support ที่ strong พอที่จะดันหุ้นขึ้นไปได้นะ  แต่ปรากฏว่าวันที่ 13 มิย 50 เกิดข่าวลือ จึงทำให้หุ้นหลายฯตัว
 พร้อมใจกันปรับลดกันถ้วนหน้า....
            ราคาหุ้นในวันที่ 13 มิย 50 ของ
LH ก็ปรับลดลงมา ที่แนวรับระดับ C โดยเราสามารถพิจารณาย้อนหลังไปเพื่อหาแนวเส้นประ
เพื่อกำหนดเป็นแนว
support ได้ ในขณะที่ราคาหุ้น LH เกิดเป็น black candle ลงมา เราจะวิเคราะห์ว่า ราคาจะลงมาได้ที่ระดับไหน
เราก็ย้อนหลังไปหาแนวเส้นประได้ระดับ
C

         ..............................................................//////////////////...............................................................






TTA

               การใช้เส้นประเพื่อกำหนดแนว support หรือ resistant นั้น ไม่จำเป็นต้องกำหนดค่าให้ถูกต้อง 100% เราสามารถใช้ระดับเส้นประนั้นฯ
 เผื่อค่าบวก/ลบ ได้ หมายถึงพิจารณาเส้นประเป็นค่ายืดหยุ่นเพื่อหาแนวระดับ
support / resistant
               จากกราฟหุ้น TTA เมื่อวันที่ 12 มิย 50 ราคาหุ้น TTA ปรับตัวลดลงเกิดรูปแบบ black candle โดยมีราคา low ของวันนั้น
 ลงมานั่งบนเส้นประระดับ
A พอดี และในวันถัดมาคือวันที่ 13 มิย 50 กราฟหุ้นเกิดรูปแบบ doji ซึ่งมีราคาเปิดและราคาปิดเท่ากัน และอยู่ต่ำกว่า
 ระดับเส้นประ
A ลงมาเล็กน้อย ก็ยังนับได้ระดับเส้นประ A สามารถเป็นแนว support ได้เช่นกัน

               แล้วเราจะวิเคราะห์อย่างไรต่อไป
???????

                ถ้าในวันถัดมาราคาหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นไปอยู่เหนือเส้นประ A ได้ แสดงว่า ระดับนี้น่าจะ strong และก็หาจังหวะเข้าซื้อหุ้นได้
 แต่ถ้าในวันถัดมาราคาหุ้นยังขาด
volume ก็จะมีผลทำให้ราคาหุ้นของ TTA ปรับตัวลดลงต่อเนื่องได้ เราจะใช้เส้นประระดับ B และ ระดับ C
 ถัดลงมาเป็นแนว support ต่อไป

            .............................................................//////////////////...............................................................

พิจารณาทิศทางราคาหุ้น หลังจากวันที่ 13 มิย 50
 

หลังจากที่ราคาหุ้นของ PTT ปรับตัวลดลงเมื่อวันที่ 13 มิย 50
และราคาปิดลงมานั่งบนเส้นประระดับ
A หลังจากนั้น วันที่ 14,15,18
ราคาหุ้น PTT ก็ทะยานขึ้นไปเข้าหาแดนเส้นประระดับ T

จุดที่น่าพิจารณาคือ เส้นประระดับ T เราจะใช้เป็นระดับแนวต้าน resistant
แทนการเป็นแนวรับ support โดยพิจารณาว่า ถ้าราคาหุ้น PTT
สามารถทะลุระดับนี้ไปได้ เราจะปล่อยให้มันวิ่งไปก่อน แล้วค่อยพิจารณา
หาจังหวะขายต่อไป (.... สามารถใช้วิธี
breaking out หาจังหวะขายได้ )

.

เหตุของการเกิดสามเหลี่ยมกลวง และ เส้นประนั้น
ท่านสามารถหาคำตอบได้ที่
www.richerstock.net/SUPPORTLINE/dotline.htm

พิจารณาหุ้น
PTTEP หลังวันที่ 13 มิย 50

      หลังจากที่ราคาหุ้น
PTTEP ได้ปรับตัวลดลงและ
ราคาปิดนั่งบนเส้นประระดับ
A ปรากฏว่าในวันถัดมาคือ
วันที่ 14
,15,18 ราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ
แท่งกราฟของวันที่ 18 มิย 50 มีจุดที่น่าสังเกตคือ ราคา
high ของวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาและชนกับเส้นประระดัย T
พอดี
ซึ่งเส้นประระดับ T นี้เอง จะทำตัวเป็นแนวต้าน
resistant

       สิ่งที่ต้องทำต่อไปคืออะไร
????

        ราคาหุ้นในวันที่ 18 ขึ้นมาชนแนวต้านเส้นประ T
เราต้องติดตามใกล้ชิดว่า ในวันถัดไป (19 มิย 50) ราคาหุ้น
สามารถที่จะ
break out ขึ้นไปได้อีกหรือไม่ ถ้า breakt ได้
เราจะใช้
breaking out method เพื่อหาราคา  target price ในการขาย แต่ถ้าราคาหุ้น วิ่งเรียบฯเส้นประ และด้วย
volume ในการซื้อขายที่ถดถอย  ตรงจุดนี้ เราต้องพิจารณา
หาจังหวะขาย โดยอาจจะขายทั้งหมด หรือ ทยอยขายก็ได้


 


 



 
    สำหรับหุ้น LH มีเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กน้อยคือ
ราคาหุ้นของวันที่ 18 มิย 50 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น
และฟอร์มตัวเป็น
white candle โดยที่ราคา
high ได้ทะลุแนวเส้นประ B และ A ขึ้นมาได้
 

       ล้วมันจะไปหยุด
    ที่ระดับแนวต้านที่ไหน???

 

        
            รูปด้านซ้ายมือนี้เป็นกราฟราคาหุ้นของ
LH
โดยที่เราปรับระยะเวลาถอยกลับไป 1 ปี เราจะพบว่า
ช่วงเดือนประมาณ
Jul-Aug ที่ผ่านมาเกิดเส้นประแนวต้าน
ระดับประมาณ 7.00 พอดี

         ควรทำอย่างไรต่อไป ???

         ลักษณะนี้คือแสดงว่าในวันถัดไป ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด
 ถ้าราคาหุ้นถดถอยด้วย
volume และหรือราคาหุ้นเกิดอาการ
ลังเล
โดยเราจะใช้ความรู้เรื่อง candlestick pattern
ช่วยในการพิจารณา ถ้าราคาหุ้นไม่ผ่านระดับนี้ ก็ควรหาจังหวะ
ทยอยขาย หรือขายบางส่วน  .......แต่ถ้าวันถัดไปมี
volume และ
ราคาหุ้นยังเดินหน้าต่อไป เราก็ใช้เส้นประระดับถัดขึ้นไป ซึ่งก็คือ
ระดับ
T เป็นแนวต้านเพื่อทดสอบว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน...ต่อไป

 


   สุดท้ายนี้ หวังว่า สมาชิกทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความนี้ และ สามารถนำไปใช้

กำหนดจังหวะซื้อ และ จังหวะขายร่วมกับ Turning point signal ได้เป็นอย่างดีครับ